เริ่มต้น"ร้านกาแฟ"
จากประสบการณ์ความสำเร็จ เจาะลึกทุกขั้นตอนการเปิดร้านกาแฟ ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงขั้นสูงสุด และบทความดีๆมากมายให้คุณได้ศึกษากันทุกซอกทุกมุมเกี่ยวกับธุรกิจร้านกาแฟ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกาแฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกาแฟ แสดงบทความทั้งหมด

กาแฟขี้ช้าง กาแฟแปลก จากเชียงราย

                ลืมไปได้เลย “คอปปี้ ลูอัค (Kopi Luwak)” กาแฟขี้อึชะมดที่ราคาแพงที่สุดในโลก จากประเทศอินโดนีเซีย… เพราะล่าสุด เครือโรงแรมหรู “อนันตรา รีสอร์ท แอนด์ สปา” ได้เปิดตัว กาแฟขี้ช้าง” ภายใต้ชื่อ “แบล็ค ไอวอรี่ คอฟฟี่” ที่มีราคาจำหน่ายสูงถึง $1,100 (ราว 3.4 หมื่นบาท) ต่อ 1 กิโลกรัม


            สำหรับขั้นตอนการผลิต กาแฟขี้ช้าง “แบล็ค ไอวอรี่ คอฟฟี่” เริ่มจากการคัดเลือกผลกาแฟไทยพันธุ์อาราบิก้าที่ปลูกบนระดับความสูง 1,500 เมตร แล้วนำมาให้ช้างกิน จากนั้นก็รอให้ช้างขับถ่ายเมล็ดกาแฟที่ผ่านการย่อยสลายโปรตีนแล้วออกมา โดยกาแฟแต่ละเม็ดจะถูกเก็บโดยควาญช้าง และจะนำไปตากแดดจนแห้ง 
           ซึ่งกว่าจะได้เมล็ดกาแฟแต่ละเม็ดไม่ใช่ง่ายๆเลย เพราะ ต้องรอให้ช้างกินผลกาแฟเข้าไป โดยสมัครใจ เพื่อไม่ให้กระทบกับพฤติกรรมการกินปกติของช้าง หลังจากนั้นก็ต้องคอยดูว่าช้างจะขับถ่ายออกมาเมื่อไหร่ ซึ่งแน่นอนว่าการตามล่าหาเมล็ดกาแฟในขี้ช้างนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ด้วยเหตุนี้ กาแฟจากขี้ช้างจึงมีราคาจำหน่ายสูงถึง $1,100 (ราว 3.4 หมื่นบาท) ต่อ 1 กิโลกรัม หรือแก้วละประมาณ $50 (ราว 1,500 บาท) แพงกว่ากาแฟ “ขี้ชะมด” ที่มีราคาขายปลีกราว $500-600 (ราว 1.5-1.8 หมื่นบาท) ต่อ 1 กิโลกรัม หรือแก้วละประมาณ $30 (ราว 900 บาท) 


           นายเบลก ดินกิ้น ผู้ก่อตั้งแบล็ค ไอวอรี่ คอฟฟี่ กล่าวว่า ที่เลือกช้างมาผลิตกาแฟ เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ที่มีการย่อยอาหารและเอนไซม์ที่เอื้อต่อการผลิตกาแฟ และยังเป็นสัตว์ที่ไม่เคี้ยวอาหารทำให้เมล็ดกาแฟไม่แตกหัก

          ปัจจุบันกาแฟขี้ช้าง พร้อมเสิร์ฟและจำหน่ายกาแฟ โดยเครือโรงแรมอนันตราฯ ในรีสอร์ทหรู 4 แห่งที่มัลดีฟส์ และที่โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ จ. เชียงราย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกาแฟดังกล่าว จะถูกนำไปสมทบทุน “มูลนิธิช้างเอเชียสามเหลี่ยมทองคำ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation – GTAEF)” อีกด้วยค่ะ



ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก paow007.wordpress.com ,vouchertoday.com และ thanonline.com ด้วยนะคะ

คาปูชิโน (Cappuccino) คืออะไร ???



คาปูชิโน (Cappuccino)
                 เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มประเภทกาแฟซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี คาปูชิโนมีส่วนประกอบหลักคือ เอสเปรสโซ และ นม การชงคาปูชิโนโดยส่วนใหญ่มักมีอัตราส่วนของเอสเปรสโซ 1/3 ส่วน ผสมกับนมสตีม (นมร้อนผ่านไอน้ำ) 1/3 ส่วน และนมตีเป็นโฟมละเอียด 1/3 ส่วนลอยอยู่ด้านบน นอกจากนั้นอาจโรยหน้าด้วยผงซินนามอน หรือ ผงโกโก้เล็กน้อยตามความชอบ ส่วนผสมของคาปูชิโนต่างจากของลาเต้ มาเกียโต้ (latte macchiato) ซึ่งประกอบไปด้วยนมเป็นส่วนใหญ่และนมตีโฟมเพียงเล็กน้อย





อเมริกาโน หรือ คาเฟ่ อเมริกาโน (Café Americano) คืออะไร


อเมริกาโน หรือ คาเฟ่ อเมริกาโน (Café Americano)
                คือเครื่องดื่มกาแฟชนิดหนึ่ง ซึ่งมีวิธีการชงโดยเติมน้ำร้อนผสมลงไปในเอสเพรสโซ การเจือจางเอสเพรสโซซึ่งเป็นกาแฟเข้มข้นด้วยน้ำร้อน ทำให้อเมริกาโนมีความแก่พอ ๆ กับกาแฟธรรมดา แต่มีกลิ่นและรสชาติที่เข้มอันมาจากเอสเพรสโซ อเมริกาโนเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟดำ แต่ไม่แก่และหนักถึงขั้นเอสเพรสโซ คอกาแฟส่วนใหญ่นิยมดื่มอเมริกาโนโดยไม่ปรุงด้วยนมหรือน้ำตาล เพื่อดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟของอเมริกาโนซึ่งแตกต่างจากกาแฟธรรมดา

ลาเต้ (Latte) คืออะไร???



ลาเต้ (Latte) 
                เป็นภาษาอิตาลีแปลว่านม ส่วนในประเทศอื่น จะหมายถึง กาแฟลาเต้ หรือเครื่องดื่มกาแฟที่เตรียมด้วยนมร้อน โดยการเทเอสเปรสโซ 1/3 ส่วน และนมร้อนอีก 2/3 ส่วน ลงในถ้วยพร้อมๆ กัน และจะหยอดโฟมนมหนาประมาณ 1 ซม. ทับข้างบน ในประเทศอิตาลี กาแฟลาเต้นี้รู้จักกันในชื่อของ “Caffè e latte” ซึ่งหมายถึง กาแฟกับนม ซึ่งใกล้เคียงกับในภาษาฝรั่งเศส คำว่า “café au lait” ในการชงกาแฟลาเต้ บาริสต้า (Barista:หรือผู้ชงกาแฟที่ชำนาญงาน) จะใช้วิธีขยับข้อมือเล็กน้อยขณะที่รินนมและโฟมนมลงบนกาแฟ ทำให้เกิดลวดลายต่าง ๆ เรียกว่า ลาเต้อาร์ต (latte art) หรือศิลปะฟองนมในถ้วยกาแฟ

เอสเพรสโซ (Espresso) คืออะไร???



เอสเพรสโซ (Espresso) 
             คือกาแฟที่มีรสแก่และเข้ม ซึ่งมีวิธีการชงโดยใช้แรงอัดไอน้ำหรือน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟคั่วที่บดละเอียด ที่มาของชื่อ เอสเปรสโซ มาจากคำภาษาอิตาลี “espresso” แปลว่า เร่งด่วน เอสเปรสโซเป็นกาแฟที่นิยมมากที่สุดในแถบประเทศยุโรปตอนใต้ โดยเฉพาะประเทศอิตาลี การสั่งกาแฟ “caffe” ในร้านโดยทั่วไปก็คือสั่งเอสเปรสโซ ด้วยวิธีการชงแบบใช้แรงอัด ทำให้เอสเปรสโซมีรสชาติกาแฟซึ่งเข้มข้นและหนักแน่น ต่างจากกาแฟทั่ว ๆ ไปซึ่งชงแบบผ่านน้ำหยด และเพราะรสชาติเข้มข้นและหนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้เอง ทำให้คอกาแฟดื่มเอสเปรสโซโดยไม่ปรุงด้วยน้ำตาลหรือนม และมักจะเสิร์ฟเป็นชอต (แก้วแบบจอก) เพื่อให้ปริมาณไม่มากจนเกินไป (ประมาณ 1-2 ออนซ์ หรือ 30-60 มิลลิลิตร แตกต่างตาม พฤติกรรมการดื่ม ของแต่ละประเทศ) การสั่งเอสเปรสโซตามร้านกาแฟทั่วไป มักสั่งตามปริมาณเป็น “ซิงเกิ้ล” หรือ “ดับเบิ้ล” (ชอตเดียว หรือ สองชอต) เอสเปรสโซมีความไวสูงในการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน เพื่อไม่ให้เสียรสชาติจึงควรดื่มตอนชงเสร็จใหม่ ๆ



5 เทคนิคการเทลาเต้อาร์ทให้สวยโดนใจ

ปัจจัยในการเทลาเต้อาร์ทให้สำเร็จ

           1. เอสเพรสโซ่ช็อตต้องถูกต้อง มีครีม่าที่หนาข้น แนะนำให้ใช้อราบิก้าที่คั่วเข้มจะได้ครีม่าที่เข้มและละเอียดค่ะ ไม่แนะนำโรบัสต้าเพราะได้ครีม่าเยอะแต่หยาบ เทแล้วไม่สวย



           2. สตรีมนม ลักษณะของนมที่จะสามารถเทได้สวย ผิวหน้าของนมจะดูมันวาว แต่จะยังเหลวพอที่จะเขย่าไปมาได้ ถ้าลองเขย่าพิชเชอร์แล้วรู้สึกว่านมมันหนืด อันนี้ก็ข้นไปครับ การจะได้สตรีมนมที่ดีต้องใช้เวลาฝึกพอสมควร


ในเครื่องชงกาแฟแต่ละตัวก็มีวิธีการสตรีมที่ต่างกัน




           -เครื่องเล็กๆ ให้จุ่มก้านสตรีมแค่ผิว ๆ จะได้ยินเสียงซี่ๆๆ ให้คงตำแหน่งไว้ตลอด ไม่ต้องจุ่มให้ลึกกว่านี้ พยายามให้ผิวนมหมุนเป็นคลื่น จะทวนหรือตามเข็มก็ได้


           -เครื่องใหญ่ นมจะหมุนแรงมาก ต้องหาตำแหน่งที่พอดีแล้วก็ไม่ต้องขยับอะไรเลย ถ้าตำแหน่งถูกจะได้เอง และก้านสตรีมก็จุ่มลึกลงหน่อยประมาณ1-2 เซนติเมตร




           ลักษณะของนมที่สามารถเทได้สวย ผิวหน้าของนมจะดูมันวาว แต่จะยังเหลวพอที่จะเขย่าไปมาได้ ถ้าลองเขย่าพิชเชอร์แล้วรู้สึกว่านมมันหนืดถือว่าข้นไป

            3. พิชเชอร์ แล้วแต่ความถนัดเลย ชอบอันไหนก็ใช้อันนั้น ลองหลายๆแบบเลยจะได้รู้ 




            4.ถ้วยกาแฟ แนะนำใช้ถ้วยใหญ่ ๆ ปากกว้าง ๆ ก่อน ซัก 12 ออนซ์ น่าจะเหมาะที่สุดสำหรับเริ่มทำลาเต้อาร์ท




             5.เทคนิคการเท ไม่ว่าจะเอียงถ้วย เทแรง ๆ เทต่ำ ๆ มันมีผลต่อรูปที่เกิดขึ้นหมดค่ะ แนะนำวีดีโอข้างล่างนี้ค่ะ ลองหัดดูแล้วลองทำตามดูนะคะ




ขอบคุณข้อมูลดีดีจากเว็บไซต์ seat2cup.com และร้อยตะวันด้วยนะคะ ^^

เคล็ดลับการชงกาแฟให้อร่อย (ตอนที่ 1 น้ำกับการชงกาแฟ)

ตอนที่ 1 น้ำกับการชงกาแฟ... ตอนนี้ขอว่าด้วยเรื่องของน้ำค่ะ


            หลายๆท่านอาจจะยังไม่ทราบถึงความสำคัญของน้ำ...ลองมองดูง่ายๆเลยนะคะในกาแฟ 1 ถ้วย ประกอบด้วยน้ำไปแล้ว 98 % ซึ่งทำให้สัดส่วนปริมาณของน้ำมากกว่าสารกาแฟที่ละลายอยู่ในน้ำมาก 
           นอกจากเรื่องของปริมาณแล้ว คุณสมบัติของน้ำยังมีความสำคัญโดยตรงอย่างมากต่อกลิ่นและรสชาติของกาแฟ เพราะน้ำถือเป็นตัวทำละลายสารในเมล็ดกาแฟ   


            ดังนั้นจึงควรเลือกใช้น้ำที่สะอาด บริสุทธิ์ ที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่น ปราศจากสารเจือปน มีค่าตะกอนแขวนลอยและค่าความกระด้างต่ำ น้ำยิ่งสะอาดยิ่งทำให้การดึงรสชาติของกาแฟออกมาชัดเจนขึ้น ส่วนเรื่องอุณหภูมิของน้ำก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจนะคะอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมในการชงกาแฟอยู่ที่ประมาณ 90 – 96 องศาเซลเซียส ซึ่งเครื่องชงกาแฟทั่วไปจะตั้งค่าไว้ที่ประมาณนี้ค่ะ
           น้ำมักเป็นสิ่งที่เรามองข้าม บางคนคิดว่าแค่น้ำสะอาดก็น่าจะพอแล้ว จึงไม่ค่อยพิถีพิถันในการเลือกน้ำมากนัก บางคนคิดว่าน้ำขวดที่ขายๆ อยู่เป็นน้ำที่เหมาะกับการชงกาแฟแล้ว แต่อยากจะบอกว่าน้ำบรรจุขวดที่ขายๆ อยู่ทั่วไปถ้าลองชิมดูแล้วจะรู้ว่าน้ำแต่ละยี่ห้อก็มีกลิ่นและรสชาติที่ไม่เหมือนกัน

          น้ำที่เหมาะที่สุดสำหรับการชงกาแฟ  คือ น้ำที่ผ่านกระบวนการ Reverse Osmosis เห็นได้ง่ายตามตู้กดน้ำตามหมู่บ้าน (แต่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรว่าเป็นน้ำ Reverse Osmosis จริงๆ) หรือง่ายที่สุดน่าจะเป็นน้ำต้มสุกน่าจะเข้าท่ามากที่สุดก็ใช้ได้คะ่

มาดูกรณีตัวอย่างจากประสบการณ์จริงในร้านกาแฟ...ว่าด้วยเรื่องน้ำดีกันเลยดีกว่านะคะ          "หลังจากเปิดร้านมาได้ประมาณ 2-3 เดือน ลูกค้าบ่นเกี่ยวกับรสชาติที่เปลี่ยนไปของกาแฟ เครื่องชงกาแฟที่ใช้เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด แบบออโต้เมติก มีคุณสมบัติและฟังก์ชันให้สามารถปรับแต่งได้เยอะมาก
เช่น ความดันและอุณหภูมิของน้ำในการชงกาแฟ รวมทั้งสามารถปรับระดับความกระด้างของน้ำ และฟังก์ชั่นอื่นๆได้อีกมากมาย ตอนแรกคิดว่าสาเหตุของกลิ่นและรสชาติที่เปลี่ยนเป็นเพราะเมล็ดกาแฟจึงแจ้งข้อมูลกับทางร้าน ต่อมาหลังจากที่ตามไล่เช็คที่ละจุดทำให้ทราบว่าสาเหตุเกิดจากการปรับค่าความกระด้างของตัวเครื่องชงกาแฟเมื่อเดือนก่อนขณะทำการล้างตะกรันเพราะการรู้เท่าไม่ถึงการคิดว่ามีผลแค่การเตือนให้ล้างตะกรันเท่านั้น หลังจากได้ปรับตั้งค่าความกระ้ด่างกลับตามคู่มือระบุก็พบว่าความนุ่มนวล หอมหวานกลับมาอีกครั้ง มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆใช่ไหมละคะ
           ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่ทำให้เห็นความสำคัญของน้ำที่ใช้ชงกาแฟมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องน้ำกรองแต่ต้องดูถึงเรื่องความกระด้างของน้ำด้วย หลังจากนั้นดิฉันก็เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องของน้ำมากขึ้น ทั้งมีการนำเอาเรซินมาใช้เพื่อช่วยปรับความกระด้างน้ำที่ใช้ในการชงกาแฟ ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องรสชาติแล้วยังลดปัญหาเรื่องตะกรันในหม้อต้มอีกด้วย "
             เห็นแล้วใช่ไหมคะว่าน้ำเนี่ยสำคัญมากๆต่อการชงกาแฟ  หากเลือกใช้น้ำที่คุณภาพแย่ เวลาเอามาชงกาแฟมันก็จะให้กลิ่นและรสที่แย่ไปด้วย เลือกน้ำให้ดี น้ำดีก็จะทำให้มีสิ่งบดบังกาแฟน้อยลง
             น้ำกระด้าง ไม่สะอาด กาแฟเราก็จะถูดบดบังมากขึ้น รสชาติก็จะกระด้างขึ้นนะคะ

            "เคล็ดลับการชงกาแฟให้อร่อย  (ตอนที่ 1 น้ำกับการชงกาแฟ) คือ ใช้น้ำสะอาดไร้สี กลิ่น รส"


นมกับกาแฟ..คู่หูที่ขาดกันไม่ได้ (ตอนที่ 2)

            ต่อจากความเดิมตอนที่ 1 ในนมแต่ละประเภทมีสัดส่วนของโปรตีน ไขมันหรือองค์ประกอบอื่นๆต่างกัน ซึ่งมีผลต่อการทำฟองนม ไม่เชื่อลองทำแล้วมาเปรียบเทียบกันสิคะ บ้างก็ไม่ค่อยมีฟอง หรือไม่ทันไรฟองก็หายไปหมด ใครยังไม่ได้อ่าน ตอนที่ 1 พลาดไม่ได้นะคะ จะได้รู้ว่าองค์ประกอบใดมีผลต่อการเกิดฟองนมบ้าง!!

            ทราบไหมคะว่านมที่เราใช้ในการทำฟองนมนั้นเป็นนมพร้อมดื่ม ซึ่งก็คือนมดิบที่ผ่านกระบวนวิธีฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อน หรือนมสดที่ผ่านความร้อนซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ ชนิดคือ




(1) นมพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurized milk)

            นมพาสเจอร์ไรซ์ เป็นนมโคที่ผ่านการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิต่ำ ในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งการฆ่าเชื้อแบบนี้จะเป็นการทำลายเชื้อแค่เพียงบางส่วน นมที่ได้จึงมีอายุอยู่ได้ไม่นานนักเฉลี่ยประมาณ 7 วัน และด้วยการฆ่าเชื้อแบบที่อุณหภูมินี้เอง ทำให้สารอาหารที่อยู่ในนมจะยังคงมีอยู่มาก (ใกล้เคียงธรรมชาติ...ว่างั้นเหอะ) หรือที่เราเรียกง่ายๆ ว่า นมขวด 

(2) นมสเตอริไลซ์ (Sterilized milk)


            นมสเตอริไลซ์ เป็นนมโคที่ผ่านกระบวนการการทำให้ปลอดเชื้อในภาชนะปิดผนึก ที่ความร้อนสูง นมชนิดนี้สามารถเก็บไว้ได้นานมาก โดยเฉลี่ยประมาณ 1 ปี แต่เป็นนมที่มีกลิ่นที่เกิดจากการทำให้ปลอดเชื้อ รวมทั้งอาจมีกลิ่นภาชนะที่บรรจุด้วย (ให้ทายว่าเรียกง่ายๆ ว่าอะไร....ติ๊กต่อกๆ นมกระป๋อง...ถูกต้องนะคร้าบบบบ)

(3) นม ยู เอส ที (U.H.T. = Ultra high temperature milk or Ultra heat treated milk)


            นม ยู เอส ที เป็นนมสดที่ผ่านการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูงมาก โดยใช้เวลาสั้นมาก นมที่ได้จะปลอดเชื้อและสามารถเก็บไว้ได้นานโดยเฉลี่ยประมาณ 6 เดือน โดยที่กลิ่นรสจะยังใกล้เคียงธรรมชาติ เพราะผ่านระยะเวลาการฆ่าเชื้อที่สั่นมากๆ นั่นเอง นมแบบนี้เรียกให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า นมกล่อง



            หลายคนอยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าสรุปแล้วนมแบบไหนเหมาะสำหรับทำกาแฟมากที่สุด ร้านกาแฟส่วนใหญ่มักจะใช้นมพาสเจอร์ไรซ์ แบบธรรมดา แต่บางแห่งอาจมีให้เลือกทั้งนมสดแบบธรรมดาและแบบไขมันต่ำ ซึ่งนมสดแบบธรรมดาก็จะให้รสชาติที่เป็นธรรมชาติและไขมันก็จะทำให้ฟองคงอยู่ได้นาน แต่นมแบบไขมันต่ำก็อาจจะทำให้รสชาติเปลี่ยนไปได้เล็กน้อยรวมทั้งฟองก็จะอยู่ได้ไม่นาน จะเลือกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบ (หรือห่วงอยางรอบเอว)
            นม UHT ยังพออนุโลมให้ใช้ได้บ้างกับเมนูเครื่องดื่มเย็น
            นมสเตอริไรซ์  ไม่ควรนำมาใช้ชงกาแฟอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้กลิ่นและรสชาติของกาแฟเสียแล้ว...ยังแพงกว่านมชนิดอื่นๆอีก โดยทั่วไปร้านกาแฟชั้นนำมักจะเลือกใช้นมสดยี่ห้อเดิมๆ เพื่อเป็นการรับประกันว่า รสชาติของกาแฟจะยังได้มาตรฐานทุกแก้ว

 

            นอกจากการเลือกนมให้เหมาะสมแล้วการตีฟองนมก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้กาแฟรสชาติดีขึ้น อย่าลืมติดตามเทคนิคการตฟองนมกันต่อในตอนที่ 3 นะคะ
            ขอบคุณข้อมูลดีดี จาก dek-d.com/board และ coffeetalk.exteen.com ด้วยนะคะ 

นมกับกาแฟ..คู่หูที่ขาดกันไม่ได้ (ตอนที่ 1)


          นอกจากกาแฟดำ หรือเอสเปรสโซ่แล้ว เมนูกาแฟอื่นๆล้วนแต่มีนมเป็นส่วนประกอบด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น คาปูชิโน ลาเต้ ม็อคค่า หรือเมนูกาแฟอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นนมจึงเป็นสิ่งที่เราต้องให้สำคัญไม่แพ้กาแฟเลยนะคะ  บาริสต้าจึงควรที่จะมีความรู้เรื่องนมที่ดีเพื่อที่จะนำมาปรุงกาแฟได้อย่างเหมาะสม

          ทำไมนมถึงสำคัญ!!

          นม คือของเหลวสีขาวที่ออกมาจากเต้านมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงเครื่องดื่มอื่นที่นำมาใช้ทดแทนนม เช่น นมถั่วเหลือง นมข้าว นมข้าวโพด นมแอลมอนด์ เป็นต้น
          นม ประกอบด้วยสารอาหาร 4 ส่วนประกอบหลักๆ ได้แก่ น้ำ ไขมัน โปรตีน และน้ำตาล นมคนละประเภทก็มีสัดส่วนของส่วนประกอบต่างกัน ดังกราฟที่ 1 ด้านล่างนี้ จะเห็นว่าน้ำถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของนมแต่ละประเภท และกราฟที่ 2 ซึ่งแสดงสัดส่วนของส่วนประกอบในนมแต่ละประเภทซึ่งไม่พิจารณาน้ำ ซึ่งจะทำให้เห็นความแตกต่างของส่วนประกอบอื่นๆชัดเจนยิ่งขึ้น คำถามคือนมประเภทไหนล่ะที่เหมาะกับการนำมาใช้ทำกาแฟมากที่สุด

   
กราฟที่ 1 แสดงสัดส่วนของส่วนประกอบในนมแต่ละประเภท

กราฟที่ 2 แสดงสัดส่วนของส่วนประกอบในนมแต่ละประเภท
     

           นมมีกี่แบบ...คุณคงสงสัยใช่ไหมคะว่านมแบบไหนเหมาะสำหรับทำกาแฟมากที่สุด

           บาริสต้าที่ดีจะต้องให้ความสำคัญกับรสชาติ กลิ่น คุณสมบัติในการสร้างโฟมและการคงตัวของโฟม (ถ้าอยากเป็นบาริสต้าที่ดี ต้องรู้ให้ลึกและรู้ให้จริง)
           นมแต่ละประเภทมีสัดส่วนของโปรตีน ไขมันหรือองค์ประกอบอื่นๆต่างกัน ซึ่งมีผลต่อการทำฟองนม ไม่เชื่อลองทำแล้วมาเปรียบเทียบกันสิคะ บ้างก็ไม่ค่อยมีฟอง หรือไม่ทันไรฟองก็หายไปหมด
เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าองค์ประกอบใดมีผลต่อการเกิดฟองนมบ้าง!!

            ส่วนประกอบที่มีผลต่อการทำฟองนมตัวแรกได้แก่ "โปรตีน" พระเอกของเราเลยค่ะ โปรตีนถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดฟอง ซึ่งฟองมากหรือน้อยนั้นโปรตีนจะเป็นตัวกำหนดค่ะ


             พระรองของเราก็่ไม่ใช่ใครที่ไหน "ไขมัน" นั้นเอง ไม่มีไขมันฟองนมก็อยู่ไม่ได้ ^-^  ก็พี่ไขมันเนี้ยเป็นตัวที่ทำให้เกิดการคงอยู่ของโฟมนม ซึ่งโดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักเรียกไขมันจากน้ำนมว่า มันเนย

             นอกจากสัดส่วนของโปรตีนและไขมันแล้ว เรื่องของรสชาติและกลิ่นก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ เพราะนมคนละประเภทกันย่อมได้รสและกลิ่นที่แตกต่างกันด้วย สุดท้ายใครจะเลือกนมประเภทไหนมาทำฟองนมก็อย่าลืมดูสัดส่วนของโปรตีนและไขมัน ประกอบการพิจารณาด้วยนะคะ เนื่องจากนมโคสามารถแบ่งย่อยได้อีกหลายประเภท ในตอนที่ 2 จะเลือกประเภทของนมโคที่เหมาะสมต่อการทำฟองนมกันค่ะ

             ขอบคุณข้อมูลดีดี จาก dek-d.com/board และ coffeetalk.exteen.com ด้วยนะคะ

3 เหตุผลที่ทำให้ร้านกาแฟประสบความสำเร็จ

              หลายๆคนที่กำลังสนใจจะเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง แต่ยังกังวลเรื่องผลลัพธ์ของการลงทุนที่จะเกิดหลังจากเปิดร้านแล้ว ซึ่งหลายๆคนคงเคยมีความคิดดีๆสำหรับร้านกาแฟของตัวเอง ซึ่งอาจจะเป็นทั้งความคิดง่ายๆอย่างการซื้อเฟรนไชส์ร้านกาแฟซักชุด หรือบางคนอาจมีความคิดบรรเจิดถึงขนาดจะเปิดร้านกาแฟของตัวเองเลย แน่นอนว่าความคิดเหล่านั้นมีทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ถ้าร้านกาแฟของคุณประสบความสำเร็จก็เป็นเรื่องดี แต่สำหรับคนที่ล้มเหลว เหตุผลมากมายก็ผุดขึ้นมา เช่น ทำเลที่ตั้งไม่ดีบ้าง โดนร้านใหญ่ๆแย่งลูกค้าบ้าง เป็นต้น แล้วจริงๆแล้วปัญหามันมาจากสาเหตุเหล่านั้นจริงรึเปล่า?



             ปัจจุบันมีร้านกาแฟเิปิดขึ้นมากมายแต่คุณสังเกตไหมคะว่าร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จและมีกลุ่มลูกค้าเหนียวแน่นมากมายหลายๆร้านนั้นก็ไม่ได้มีทำเลทองหรือว่าร้านใหญ่โตแต่อย่างใด แล้วทำไมพวกเขาถึงทำได้ล่ะ?

              เหตุผลที่ร้านกาแฟของคุณไม่ประสบความสำเร็จมาจากการขาดความเอาใส่ใจในรายละเอียดต่างๆภายในร้าน ขาดความรู้ในการทำธุรกิจของเจ้าของร้าน และเหตุผลสำคัญอีกข้อหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องเล็กๆที่หลายๆคนมองข้ามนั่นก็คือ ทัศนคติต่อลูกค้า โดยนิยามเหตุผลแต่ละข้อไว้ดังนี้ค่ะ

           เหตุผลข้อที่ 1 : รายละเอียด
· คุณภาพห่วย บริการแย่ พนักงานหน้าบูด
· ราคาไม่เหมาะสม
· บรรยากาศไม่ดี
· ความสะอาด



           เหตุผลข้อที่ 2 : ความรู้ด้านการทำธุรกิจ
· ไม่มีการวางแผนธุรกิจ (หรือถ้ามีก็มีแบบลวกๆ)
· เงินหมุนเวียน (Cash Flow)
· คุมค่าใช้จ่ายไม่ได้
· ขาดโฆษณา
· ทำเล



           เหตุผลข้อที่ 3 : ทัศนคติต่อลูกค้า
· คุณต้องคิดว่าลูกค้าคือพระเจ้า ต้องให้ความสำคัญต่อคำแนะนำ และคำติชม


ข้อมูลดีๆจาก "ทำไมร้านกาแฟจึงล้มเหลว? / WHY DO COFFEE SHOPS FAIL?"  โดย Russel Frederic W.

อยากเปิดร้านกาแฟต้องเริ่มต้นอย่างไร?



             1) ก่อนอื่นคุณต้องสำรวจตัวเองก่อนค่ะ ว่าคุณพร้อมที่จะเปิดร้านกาแฟหรือยัง คุณรู้จักและรักในธุรกิจร้านกาแฟดีแค่ไหน การเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟไม่ใช่เรื่องง่ายคะ แต่ก็ไม่ยากซะทีเดียว หากคุณมีเงินทุนสูงแค่ซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟก็สามารถเปิดร้านได้แล้ว ซึ่งปัจจุบันก็มีแฟรนไชส์ให้เลือกมากมาย หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือเปิดร้านเองเลย....ซึ่งทั้งสองทางเลือกคุณจำเป็นต้องมีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจร้านกาแฟก่อนพอสมควร แต่!!!...ต้องศึกษาให้ดีก่อนค่ะ เพราะยิ่งใช้เงินทุนสูงความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นด้วย จะคุ้มทุนแค่ไหน เมื่อไร ข้อแรกนี้สำคัญมากค่ะ ต้องเหนื่อยและใช้เวลามากสักหน่อย

สรุปคือ คุณต้องมีความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจร้านกาแฟก่อน จากนั้นกำหนดงบประมาณลงทุนสูงสุด

             2) คุณจำเป็นต้องมีทำเลสำหรับร้านกาแฟของคุณก่อน เลือกจากงบประมาณที่คุณตั้งไว้ โดยต้องเลือกด้วยว่าค่าซื้อ ค่าเช่าเท่าไร และทำเลที่เลือกนั้นมีลูกค้ามากแค่ไหน โอกาสทางการตลาดเป็นอย่างไร จะคุ้มค่ากับเงินลงทุนหรือไม่

             3) เมื่อได้ทำเลแล้ว ต่อไปก็ต้องเลือกประเภทของธุรกิจร้านกาแฟ วางแผนว่าภายในร้านกาแฟของเราจะจำหน่ายอะไรบ้าง เพื่อจะได้ใช้ในการออกแบบร้านง่ายขึ้น จากนั้นก็ต้องจัดหาเครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์กาแฟ รวมทั้งวัตถุดิบต่างๆ และสุดท้ายก็จะต้องหมั่นพัฒนาความรู้ ซึ่งสามารถศึกษาได้ตามสถาบันสอนกาแฟ หลายๆที่ ซึ่งบริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด ก็ได้จัดโครงการอบรมกาแฟสร้างอาชีพ เพื่อชุมชนและสังคม ขอบอกนะคะว่าฟรีตลอดงานเจ้าค่ะ ไม่มีข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น ^0^ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่ Website --> http://www.retailink.co.th หรือ กรอกใบสมัครที่บล็อกเด็กร้านกาแฟเลยก็ได้นะคะ

              สิ่งสำคัญที่สุดคือ ...เปิดร้านกาแฟโดยมุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าเปิดเป็นธุรกิจหรือเทรนด์…นะคะ


~ร้านกาแฟแบบต่างๆ

เครื่องเช่า ทางเลือกให้ของผู้ที่อยากเปิดร้านกาแฟ แต่ทุนน้อย

                     เครื่องเช่า ทางเลือกของผู้ที่สนใจอยากเปิดร้านกาแฟเป็นของต้นเอง...แต่มีปัญหาเรื่องงบประมาณในการลงทุน
                     เครื่องเช่า ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากในขณะนี้ ที่นอกจากคุณจะไม่ต้องเสียเงินก้อนโตในการลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์ร้านกาแฟโดยทันทีคุณก็สามารถเปิดร้านกาแฟได้ ทำให้คุณสามารถทดลองทำธุรกิจดูก่อน ช่วยให้คุณลดความเสี่ยงในการลงทุนหากคุณยังไม่มั่นในว่าธุรกิจร้านกาแฟของคุณจะประสบความสำเร็จหรือไม่??


                      "ลองประมาณงบประมาณการลงทุนแต่ละทางเลือกกันดูคราวๆนะคะ"
1.เลือกซื้อแฟรนไชส์ คุณต้องใช้เงินมาลงทุนสูงประมาณ 40,000-50,000 บาท
2.หรือหากคุณจะเปิดเป็นร้านกาแฟเลย คุณก็ต้องมีเงินลงทุนสูงกว่า 100,000 บาทอยู่แล้วใช่ไหมละคะ
3.ทางเลือกใหม่สำหรับคนทุนน้อยค่ะ การเลือกใช้บริการเช่าเครื่องชงกาแฟ เป็นทางเลือกที่ทำให้คุณสามารถเปิดร้านได้ทันที โดยมีทุกอย่างครบพร้อมเปิดร้าน ด้วยเงินลงทุน เพียงหมื่นกว่าบาทเท่านั้น

                      สำหรับเครื่องชงกาแฟที่ทางให้เช่านั้นลูกค้าสามารถเลือกเช่าได้ตามลักษณะของร้าน หรือเลือกเช่าตามปริมาณที่คาดว่าจะได้ในแต่ละวัน ซึ่งจะมีราคาค่าเช่าต่อเครื่องอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน หรือตกวันละประมาณ 30 บาทเท่านั้น


สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้มาก่อน บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด ก็มีจัดอบรมฟรี โครงการCSRกาแฟสร้างอาชีพเพื่อชุมชนและสังคม ซึ่งจะอบรมตั้งแต่เรื่องการเลือกทำเลที่ตั้ง การเลือกเมล็ดกาแฟ การเลือกเครื่องชงกาแฟ การสอนชงกาแฟ การตั้งราคา การคำนวณจุดคุ้มทุน มีสูตรกาแฟให้ด้วยนะคะ^^ และที่สำคัญ อบรมฟรี ไม่มีข้อผูกมัดและค่าใช้จ่ายในการเรียน 



 บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด ให้บริการหลังการขายและสัญญาบริการแบบครบวงจรตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศด้วยศูนย์บริการกว่า 30 จุด
                     หากเครื่องชงกาแฟมีปัญหา สามารถติดต่อทางบริษัทฯให้ทำการสำรองเครื่องชงกาแฟ บริษัทจะจัดส่งเครื่องชงกาแฟมาสำรองให้ โดยเครื่องชงกาแฟที่เสียจะถูกส่งกลับไปให้ทางช่างซ่อม เสร็จแล้วจะจัดส่งกลับทันทีค่ะ
             
                     เรียกได้ว่าบริการให้เช่าเครื่องชงกาแฟ เครื่องเช่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากๆในขณะนี้เลยนะคะ สำหรับคนที่อยากเปิดร้านกาแฟแบบประหยัดต้นทุน ลดความเสี่ยง และที่สำคัญเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนในยุคที่เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันนี้

<สนใจรายละเอียด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด

**ราคาที่ระบุอาจมีการเปลี่ยนแปลงหากสนจนกรุณาโทรสอบถามที่ 02-792-6800

ดื่มกาแฟให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือด

                ทุกคนทราบไหมคะว่าคนที่กรุ๊ปเลือดต่างกันเหมาะกับอาหารที่แตกต่างกัน การดื่มหรือรับประทานอะไรที่ไม่เข้ากับแอนติเจนของกรุ๊ปเลือดของเราก็ย่อมส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในของร่างกายทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน กินไม่ถูกอาจทำให้อ้วนขึ้นด้วยนะคะ
                 อ๊าว...!! ทุกคนคนสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า กาแฟแบบไหนล่ะที่เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือดของคุณ!!

กรุ๊ป A

                 ร่างกายของชาวกรุ๊ปเอ จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ มีเลือดที่ค่อนข้างข้น มักมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารอยู่บ่อยๆ โชคดีของชาวกรุ๊ปเอ คุณสามารถดื่มกาแฟได้อย่างสบายใจเชิบไม่ต้องกังวลเหมือนคนกรุ๊ปอื่นๆ แต่!!! กาแฟที่คุณดื่มไม่ควรมีส่วนผสมของนมวัว T^T อ๊าว..กาแฟส่วนมากก็มีนมวัวทั้งนั้นนิ คนกรุ๊ปเอสามารถดื่มนมวัวได้ค่ะแต่ไม่มาก เพราะร่างกายของชาวกรุ๊ปเอจะไม่เหมาะสมกับการย่อยไขมันจากสัตว์ ไขมันจะทำให้เลือดข้นมากขึ้นส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ช้า หัวใจก็ทำงานหนักมากขึ้นด้วย และมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งและเบาหวาน
                กาแฟที่เหมาะสมกับชาวกรุ๊ป A ได้แก่ เอสเพรสโซ, อเมริกาโน, กาแฟนมถั่วเหลือง(Soymilk Coffee) Soymilk Coffee ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของชาวกรุ๊ปเอนะคะที่ชอบดื่มลาเต้ เปลี่ยนจากนมวัวเป็นนมถั่วเหลืองซะเลยหรือหากอยากได้รสชาตินมมากขึ้นอีกหน่อยก็เปลี่ยนเป็นนมแพะก็ำได้นะคะ ได้ประโยชน์เหมาะกับกรุ๊ปเอขอบอก


กรุ๊ป B
                 ชาวกรุ๊ปบีมีเลือดที่ค่อนข้างสมดุลไม่ข้นหรือเหลวเกินไป สามารถดื่มนมได้อย่างไม่มีปัญหา ชาวกรุ๊ปบีจึงสามารถเลือกดื่มกาแฟได้แทบทุกประเภท แหม!! แอบอิจฉาชาวกรุ๊ปบีจริงๆนะคะ แต่ก็มีกาแฟที่ไม่เหมาะกับชาวกรุ๊ปบีเหมือนกันนั่นคือ กาแฟนมถั่วเหลือง...เทศกาลกินเจชาวกรุ๊ปบีคงต้องกินเอสเพรสโซ่หรือ อเมริกาโนแทนแล้วล่ะค่า...

กรุ๊ป AB
                 สำหรับชาวกรุ๊ปAB เป็นกรุ๊ปที่มีการผสมผสานระหว่างกรุ๊ปเอและกรุ๊ปบี นั่นคือชาวกรุ๊ปเอบีจะมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอและกรดในกระเพาะอาหารที่ต่ำมักมีปัญหาเรื่องท้องอืดอาหารไม่ย่อย ชาวกรุ๊ปเอบีสามารถดื่มได้ทั้งนมวัวและนมถั่วเหลือง การดื่มกาแฟจะช่วยเพิ่มกรดให้กับกระเพาะอาหาร แหม..!! สรุปว่า ชาวกรุ๊ปนี้สามารถดื่มกาแฟได้แทบทุกประเภทว่างั้น ไม่ว่าจะเป็นเอสเพรสโซ่, ลาเต้, มอคค่า, คาปูชิโน่, อเมริกาโน ...^0^ หรืออยากลองกาแฟนมถั่วเหลืองก็ไม่ว่ากันนะจ๊ะ

กรุ๊ป O
                 ชาวกรุ๊ปO มีปริมาณกรดในกระเพาะอาหารสูง เลือดค่อนข้างเหลวมักมีปัญหาเรื่องเลือดแข็งตัวช้า นอกจากนั้นยังไม่เหมาะกับนมวัวแต่สามารถกินนมถั่วเหลืองแทนได้ ชาวกรุ๊ปโอถือเป็นกรุ๊ปที่น่าเห็นใจที่สุด เพราะการดื่มกาแฟจะยิ่งไปเพิ่มความเป็นกรดในกระเพาะอาหารให้กับชาวกรุ๊ปโอ T^T แบบนี้ชาวกรุ๊ปโอจะดื่มกาแฟได้ไหมเนี้ย?...ชาวกรุ๊ปโอสามารถดื่มกาแฟได้แต่ไม่ควรดื่มปริมาณมาก ห้ามดื่มตอนท้องว่างควรหาอะไรลองท้องก่อน กาแฟที่เหมาะสมกับชาวกรุ๊ปโอ ได้แก่ กาแฟนมถั่วเหลือง(ความเป็นด่างของนมถั่วเหลืองจะช่วยลดความเป็นกรดของกาแฟ), ม็อคค่า, กาแฟผสมช็อคโกแล็ต กาแฟโบราณ(ก็มันมีปริมาณกาแฟนิดเดียวน้ำเชื่อมซะเป็นส่วนใหญ่) หรืออาจจะเป็นอเมริกาโนก็พอได้นะคะ


บทความที่คุณอาจจะสนใจ
- แต่งร้านกาแฟตามราศี

ร้านกาแฟแบบRetail Coffee Shop
ร้านกาแฟแบบRoaster/Retailers



~ร้านกาแฟแบบต่างๆ
ด็กร้านกาแฟ --> "ปล.เพื่อนคนไหนที่สนใจบทความดีๆจากเว็บเด็กร้านกาแฟ สามารถสมัครรับบทความที่อัพเดทผ่านอีเมลล์ ในช่อง"Follow by Email"ทางด้านบนขวามือค่ะ เพียงกรอกอีเมลล์แล้วกด Submit จากนั้นเข้าไปเช็คอีเมลล์ที่ทางเว็บเด็กร้านกาแฟส่งไปให้ แล้วคลิกยืนยัน เป็นอันเสร็จค่ะ

ทายนิสัย จากกาแฟที่ชอบ




การ์ตูนกาแฟทายนิสัย

เอสเพรสโซ : Espresso
             คุณค่อนข้างมีนิสัยที่ตรงไปตรงมา มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ข้อดีคือคุณเป็นคนจริงใจไม่ชอบเอารัดเอาเปรียบใคร และก็ไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบด้วย คุณค่อนข้างเป็นคนมีเหตุผลและยังรอบคอบอีกด้วย มักจะพบว่าคนกลุ่มนี้มักมีเป้าหมายของตัวเองและชอบวางแผนการทำงานอยู่เสมอ



เครื่องชงกาแฟก็ทายนิสัยได้
คาปูชิโน : Cappuccino
             คุณเป็นคนที่ค่อนข้างโรแมนติก มีความเป็นศิลปินอยู่ในสายเลือด เป็นคนละเอียดอ่อน เชื่อในลางสังหรณ์ ชอบทำอะไรท้าทายและตื่นเต้น ข้อดีคือเป็นคนมองโลกในแง่ดี เข้ากับคนอื่นได้ง่าย นอกจากนั้นคุณยังเป็นคนที่รักพวกพ้อง รักญาติมิตร  ชอบเฮฮาปาร์ตี้ เปิดเผย พูดจากตรงไปตรงมาก แต่บางครั้งก็ชอบเพ้อฝันเหมือนกันนะ



นิสัยกับกาแฟ
ลาเต้ : Latte
             คุณเป็นคนที่ละเอียดอ่อน อ่อนไหวง่าย ใส่ใจความรู้สึกผู้อื่น ชอบแต่งตัว มีความทันสมัย พิถีพิถันในการแต่งตัวเป็นที่สุด มีรสนิยมสูงคนกลุ่มนี้มักจะมีเสน่ห์ แต่ชอบเอาแต่ใจตัวเองเหมือนกันนะ ที่สำคัญคือโปรยเสน่ห์เก่ง พูดจาหวานหู สุภาพ คารมเป็นต่อ จริงป่าวน้า....!!!



เครื่องชงกาแฟทานนิสัย
มอคค่า : Mocca
             คุณเป็นฉลาดในการใช้เงินหรือขี้เหนียวนะ ไม่แน่ใจ อิอิ แต่เป็นคนที่มีน้ำใจมากๆ อัธยาศัยดีมนุษยสัมพันธ์ดี ขี้เล่น รักสนุก ชอบความเป็นอิสระ ไม่ค่อยคิดมาก เป็นคนอารมณ์ดี โกธรง่ายหายเ็ร็ว แต่ข้อเสียคือเป็นคนหัวรั้น ไม่ค่อยมีสมาธิสักเท่าไร ชอบอะไรที่ไม่ซ้ำซากจำเจนัก มักมีปัญหากับเรื่องความรัก ไม่เข้าใจกัน หรือคุณยังลังเลในความสัมพันธ์ที่ก่ำกึ่งว่าตอนนี้เป็นเพื่อนหรือแฟนกันแน่




กาแฟกับเด็กร้านกาแฟอเมริกาโน : Americano
             คุณเป็นคนที่อีโก้สูงมากๆ อัตตาสุดๆ คิดว่าตัวเองมีดีกว่าคนอื่น ไม่ยอมอ่อนโอนตามอะไรง่ายๆ โดยเฉพาะกับคนสนิท ข้อดีคือมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและครอบครัว มีความสามารถในการประกอบอาชีพ ทำมาหากินเก่ง อัธยาศัยดี รับผิดชอบต่อครอบครัวสูง ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่อวดร่ำอวดรวย รักธรรมชาติ





ร้านกาแฟทายนิสัย
กาแฟซอง หรือกาแฟผงสำเร็จรูป : Instant Coffee
             คุณเป็นเรียบง่ายไม่กฏระเบียบมากนัก เก็บอารมณ์เก่งถึงบุคลลิกภายนอกดูนิ่งๆก็เถอะไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกนะแค่ไม่แสดงออกเท่านั้น รักอิสระและสันติ ยิ้มง่ายอารมณ์ดี ระวัง!!คนกลุ่มนี้มักแอบเจ้าชู้เงียบๆ พอแต่งงานไปแล้วมีอะไรตุกติกกุ๊กกิ๊ก...ต้องระวัง *0* ม่ายนะ!!




กาแฟที่ดื่มก็ทายนิสัยได้นะ

กาแฟโบราณ
             คุณเป็นคนเปิดเผย อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป  ไม่ชอบให้ใครดูถูก มีความรักในงานที่ทำและรักเพื่อนฝูง ชอบพบปะ มักเป็นคนที่ชอบมีคนมาปรับทุกข์ด้วยเสมอๆ เพราะเป็นที่รับฟังได้ดี แม้จะเป็นคนเรียบง่ายไม่ค่อยมีเรื่องกับใคร แถมยังเข้าใจคนอื่นได้ดี แต่ทำไมคนอื่นถึงไม่เข้าใจตัวเองน้า....





ทายนิสัยจากกาแฟที่ชอบ

มอคคาสิปปี หรือแฟรบปูชิโน
             บุคลิกค่อนข้างคล้ายกับกลุ่ม Instant Coffee แต่จะขี้เล่นและมีเสน่ห์กว่า รักสนุกชอบคนง่ายแต่ถ้ารักใครแล้วรักจริงฝังใจ  มีความจริงจัง อารมณ์ร้อน พูดเสียงดัง โวยวาย ขยัน อดทน ทุ่มเททำงาน ทำธุรกิจเก่ง ดื้อรั้น ฉุนเฉียวง่าย ห้ามอะไรไม่ค่อยฟัง อัตตาสูง คิดว่าตัวเองเจ๋งสุด มักชอบคนที่รูปร่างหน้าตาบุคลิกภายนอกเท่านั้น




ทายนิสัยกับกาแฟที่ชอบ


กาแฟไอริช : IrishCoffee
           คุณเป็นคนป่าเถื่อนและมักจะขาดการควบคุมตัวเอง คุณดูเหมือนเป็นคนตลกสนุกสนาน ชอบสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้ มักชอบเข้าสังคม พบปะเพื่อนฝูงไม่ชอบอยู่คนเดียว คุณเป็นคนเก็บอารมณ์เก่งปากมักไม่ค่อยตรงกับใจ เวลาอดทนไม่ไหวคนอื่นจึงตกใจไปเลย





เด็กร้านกาแฟกับการทายนิสัย
คอร์ตาโด : Courtado
             คุณชอบที่จะเป็นเพื่อนกับทุกๆคน คุณไม่ได้คิดเลยเถิดเลยจริงๆนะ ให้ความเคารพผู้ที่อาวุโสกว่ามีความรับผิดชอบต่อครอบครัว กล้าคิดกล้าตัดสินใจ ครอบครัวมาก่อนเสมอ เป็นพ่อบ้านหรือแม่บ้านแม่ศรีเรือน  สุภาพ เรียบร้อย นิ่มนวล แต่นั่นเฉพาะเวลาอยู่ในที่สาธารณะเท่านั้นนะ  กลับมาบ้างเท่านั้นหละก็...?  คุณค่อยข้างแข็งกระด้างราวไม้กระดาน แต่ไม่โรแมนติก มั่นใจใน ตัวเองสูง ชอบกดขี่ทางเพศ ชอบอยู่เหนือผู้อื่น ล้างสมองได้ยาก


กาแฟก็ทายนิสัยได้


อัฟโฟกาโต : Affogato

            คุณเป็นพวกมีฟอร์มจัด สุขุม ตระหนี่ จริงจังกับชีวิต แต่คุณเป็นคนโรแมนติกไม่เบาเลยนะ มีรสนิยมการกินอยู่แต่งตัวที่ดีและถ้าแต่งงานกันไปก็จะรักครอบครัวมากเลยทีเดียว




ทายนิสัยกับเด็กร้านกาแฟ
แฟลท ไวท์
             สุภาพและเป็นมิตร ถึงแม้หน้าตาตรงข้ามก็เถอะ ละเอียดอ่อน ชอบแคร์ความรู้สึกคนรอบข้าง คนอื่นมักมองว่าคุณเป็นคนที่เคร่งขรึมไปสักหน่อย แต่ถ้าคนอื่นมีอะไรเดือดร้อนเข้าให้ คุณก็พร้อมจะช่วยเหลือเต็มที่ ขัดกับใบหน้าอันนิ่งเฉยนั้นอย่างแรง ก็บอกแล้วไงอย่าตัดสินคนแค่เพียงภายนอก แม้ว่าหน้าตาอาจดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก แต่ลึกๆแล้วคุณอาจเป็นคนมีน้ำใจ (หา..อาจหรอ!!)







เด็กร้านกาแฟพาทายนิสัย
ด็กร้านกาแฟ --> "ปล.เพื่อนคนไหนที่สนใจบทความดีๆจากเว็บเด็กร้านกาแฟ สามารถสมัครรับบทความที่อัพเดทผ่านอีเมลล์ ในช่อง"Follow by Email"ทางด้านบนขวามือค่ะ เพียงกรอกอีเมลล์แล้วกด Submit จากนั้นเข้าไปเช็คอีเมลล์ที่ทางเว็บเด็กร้านกาแฟส่งไปให้ แล้วคลิกยืนยัน เป็นอันเสร็จค่ะ

ตำนานกาแฟ (ตอนที่ 2 จบ)

ตำนานเมล็ดกาแฟ

 
                  จากตำนานกาแฟ (ตอนที่1) หลังจากกาแฟถูกค้นพบโดยคาลดีและโดยนักโทษชาวอาหรับ ตำนานทั้งสองมีข้อเท็จจริงอย่างไร ไม่มีใครทราบได้แน่ชัด แต่ที่แน่ๆคือกาแฟถูกค้นพบมาแล้วเป็นพันปีก่อนคริสตศักราชเสียอีก  ต้นกาแฟเติบโตตามธรรมชาติในประเทศเอธิโอเปีย ในสมัยชนเผ่า กาลล่า (Galla) แต่ในสมัยนั้นชาวเอธิโอเปียยังไม่ได้ดื่มกาแฟ พวกเขาห่อเมล็ดกาแฟในไขมันสัตว์เพื่อกินเป็นแหล่งพลังงานระหว่างทำศึกกับต่างเผ่า
               เริ่มต้นกาแฟที่ถูกบดทั้งๆที่เมล็ดเป็นสีเขียว (ไม่ได้ผ่านการคั่ว) เพื่อที่จะให้ผลแทนที่เครื่องดื่มประเภทชา แต่หลังจากปลายศตวรรษที่ 13  โดยชาวอาหรับเริ่มมีการคั่วและตากเมล็ดกาแฟเพื่อจะเอาเมล็ดจากแฟออกมาก่อนการต้ม โดยกาแฟมักจะถูกต้มโดยผู้ชายเพื่อที่จะให้ผู้หญิงดื่มเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดจากประจำเดือน ช่วงนั้นการเพาะปลูกกาแฟคือหายากมาก

เด็กร้านกาแฟกับตำนานเมล็ดกาแฟ

                   จนกระทั่งศตวรรษที่ 15 และ 16 มีการปลูกกันกว้างขวางขึ้นทางภูมิภาคเยเมนของอาราเบีย หลังจากนั้นกาแฟก็แพร่กระจายจากเยเมนไปทั่วคาบสมุทรอาหรับ และตุรกี ในเวลานั้นกาแฟถูกใช้เป็นเครื่องดื่มสำหรับพิธีทางศาสนา และใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติทางยาของมัน 


  ตำนานเมล็ดกาแฟสด

                   ในช่วงปลายศตวรรษที่ 15  ก็ได้มีการคิดค้นวิธีปรุงแต่งในรูปแบบต่างๆเพื่อการดื่มกาแฟที่ทันสมัยขึ้น  มีการคั่วและการบดก่อนชงด้วยน้ำร้อน เพิ่มขึ้นในการยอมรับ คนตุรกีอ้างว่ากาแฟจะเป็นยาหรือสารกระตุ้นความต้องการทางเพศ

                   ยังมีตำนานของชาวอาหรับเกี่ยวกับการพยายามป้องกันการแพร่กระจายของกาแฟ พวกเขาไม่ยอมให้เมล็ดพันธุ์กาแฟออกนอกประเทศของพวกเขา มีกฎหมายห้ามไม่ให้ขนส่งของพืชออกนอกประเทศอาหรับโดยรัฐบาล และยังมีความเชื่อว่ากาแฟเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะต้องปกป้องราวกับว่าเป็นความลับสูงสุดทางทหาร ทำให้กาแฟไม่ได้แพร่ออกนอกประเทศอาหรับเป็นระยะเวลานานหลายปี
                   ก่อนอื่นต้องขอบคุณพ่อค้าชาวอาหรับคนหนึ่่งค่ะ อิอิ เพราะอะไรน่ะเหรอคะ??

~ร้านกาแฟกับการค้นพบกาแฟ

                   ในปีค.ศ.1650 มีพ่อค้าชาวอาหรับคนหนึ่งค่ะ แอบเอาเมล็ดพันธุ์ของต้นกาแฟกลับไปปลูกไว้ที่บ้านเกิดของเขาบนภูเขามัยซอร์ที่ประเทศอินเดีย และเริ่มต้มเมล็ดกาแฟเป็นเครื่องดื่ม โดยให้ชื่อว่า "คาห์วา (Qahwa)" ซึ่งความหมายของมันก็คือ "ทำให้นอนไม่หลับ" แหม!! แปลซะตรงเชียว
จากนั้นกาแฟก็แพร่กระจายจากอาราเบียไปทั่วประเทศอินเดีย  และต่อมาก็กระจายไปยังยุโรปโดยพ่อค้าชาวอิตาเลียน


เมล็ดกาแฟ


                     ในประเทศอิตาลีนั้น โป๊บ เคลเมนท์ ที่แปด (Pope Clement VIII)ได้รับคำยุยงจากที่ปรึกษาว่ากาแฟนั้นเป็นเครื่องดื่มของปีศาจร้าย ควรจะสั่งให้ห้ามดื่มเสีย แต่โป๊บ เคลเมนท์ ที่แปด กลับตัดสินใจที่จะทำพิธีล้างบาปกาแฟ (baptize) เสียแทน ทำให้กาแฟกลายเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสมสำหรับคริสเตียน



กำเนิดเมล็ดกาแฟ

                   ร้านกาแฟ"Kiva Han" ร้านกาแฟแห่งแรกของโลกได้เปิดตัวขึ้น Constantinople
                   จากนั้นร้านกาแฟก็ถูกเปิดมากขึ้นเรื่อยในแถบยุโรป เริ่มจาิก อิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศษ อเมริกา จนถึงปัจจุบันนี้

"เรามีคลิปตำนานกาแฟสนุกๆมาฝากเพื่อนๆด้วยค่ะ "




เมล็ดกาแฟกับการค้นพบ
ด็กร้านกาแฟ --> "ปล.เพื่อนคนไหนที่สนใจบทความดีๆจากเว็บเด็กร้านกาแฟ สามารถสมัครรับบทความที่อัพเดทผ่านอีเมลล์ ในช่อง"Follow by Email"ทางด้านบนขวามือค่ะ เพียงกรอกอีเมลล์แล้วกด Submit จากนั้นเข้าไปเช็คอีเมลล์ที่ทางเว็บเด็กร้านกาแฟส่งไปให้ แล้วคลิกยืนยัน เป็นอันเสร็จค่ะ

หาเครื่องชงกาแฟ

 

"General stats"

"เด็กร้านกาแฟ"--เด็กร้านกาแฟ แนะนำวิธีเปิดร้านกาแฟ-- Copyright © 2011 | Tema diseñado por:compartidisimo | เด็กร้านกาแฟ.blogspot.com : Blogger