เริ่มต้น"ร้านกาแฟ"
จากประสบการณ์ความสำเร็จ เจาะลึกทุกขั้นตอนการเปิดร้านกาแฟ ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงขั้นสูงสุด และบทความดีๆมากมายให้คุณได้ศึกษากันทุกซอกทุกมุมเกี่ยวกับธุรกิจร้านกาแฟ

อยากเปิดร้านกาแฟต้องเริ่มต้นอย่างไร?



             1) ก่อนอื่นคุณต้องสำรวจตัวเองก่อนค่ะ ว่าคุณพร้อมที่จะเปิดร้านกาแฟหรือยัง คุณรู้จักและรักในธุรกิจร้านกาแฟดีแค่ไหน การเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟไม่ใช่เรื่องง่ายคะ แต่ก็ไม่ยากซะทีเดียว หากคุณมีเงินทุนสูงแค่ซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟก็สามารถเปิดร้านได้แล้ว ซึ่งปัจจุบันก็มีแฟรนไชส์ให้เลือกมากมาย หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือเปิดร้านเองเลย....ซึ่งทั้งสองทางเลือกคุณจำเป็นต้องมีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจร้านกาแฟก่อนพอสมควร แต่!!!...ต้องศึกษาให้ดีก่อนค่ะ เพราะยิ่งใช้เงินทุนสูงความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นด้วย จะคุ้มทุนแค่ไหน เมื่อไร ข้อแรกนี้สำคัญมากค่ะ ต้องเหนื่อยและใช้เวลามากสักหน่อย

สรุปคือ คุณต้องมีความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจร้านกาแฟก่อน จากนั้นกำหนดงบประมาณลงทุนสูงสุด

             2) คุณจำเป็นต้องมีทำเลสำหรับร้านกาแฟของคุณก่อน เลือกจากงบประมาณที่คุณตั้งไว้ โดยต้องเลือกด้วยว่าค่าซื้อ ค่าเช่าเท่าไร และทำเลที่เลือกนั้นมีลูกค้ามากแค่ไหน โอกาสทางการตลาดเป็นอย่างไร จะคุ้มค่ากับเงินลงทุนหรือไม่

             3) เมื่อได้ทำเลแล้ว ต่อไปก็ต้องเลือกประเภทของธุรกิจร้านกาแฟ วางแผนว่าภายในร้านกาแฟของเราจะจำหน่ายอะไรบ้าง เพื่อจะได้ใช้ในการออกแบบร้านง่ายขึ้น จากนั้นก็ต้องจัดหาเครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์กาแฟ รวมทั้งวัตถุดิบต่างๆ และสุดท้ายก็จะต้องหมั่นพัฒนาความรู้ ซึ่งสามารถศึกษาได้ตามสถาบันสอนกาแฟ หลายๆที่ ซึ่งบริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด ก็ได้จัดโครงการอบรมกาแฟสร้างอาชีพ เพื่อชุมชนและสังคม ขอบอกนะคะว่าฟรีตลอดงานเจ้าค่ะ ไม่มีข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น ^0^ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่ Website --> http://www.retailink.co.th หรือ กรอกใบสมัครที่บล็อกเด็กร้านกาแฟเลยก็ได้นะคะ

              สิ่งสำคัญที่สุดคือ ...เปิดร้านกาแฟโดยมุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าเปิดเป็นธุรกิจหรือเทรนด์…นะคะ


~ร้านกาแฟแบบต่างๆ

ระวัง!! ตะกรันตัวปัญหาเครื่องชงกาแฟ

                ตะกรัน คืออะไร จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องชงกาแฟชองเรามีตะกรันหรือไม่ แล้วตะกรันมีผลเสียอย่างไรกับเครื่องชงกาแฟละ?



ตะกรัน เป็นอย่างไรนะ                              
              ตะกรัน หรือ หินปูน มีลักษณะเป็นของแข็งคล้ายหิน เกิดจากการสะสมของสิ่งเจือปนที่มากับน้ำซึ่งจะทำปฏิกิริยากับความร้อนแล้วตกตะกอนสะสมวันละนิดวันละหน่อย 

             ตะกรันเป็นหินปูนสีขาวๆ เกิดขึ้นตามคุณภาพของน้ำ หากน้ำมีความกระด้างจะทำให้เกิดการก่อตัวของคาร์บอเนตแข็ง (Solid Carbonate) ทั้งนี้จะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับความกระด้างของน้ำ โดยที่ความกระด้างของน้ำขึ้นอยู่กับปริมาณของเกลือ แคลเซียม และแมกนีเซียมที่อยู่ในน้ำ การทำความสะอาดสามารถใช้น้ำส้มสายชูแทนได้หากมีหินปูนเพียงเล็กน้อย แต่หากหินปูนติดแน่น ควรใช้น้ำยาสำหรับล้างตะกรันโดยเฉพาะ

              แล้วตะกรันที่เกาะรอบๆกาต้มน้ำ...เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ ?
              เมื่อต้มน้ำประปาสักพักอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้เกิดการตกตะกอน และเกิดเป็นหินปูนเกาะรอบๆหม้อต้มน้ำ โดยปริมาณจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความกระด้างของน้ำ ควรมีค่าความกระด้างประมาณ 80-100 มก./ล. ตามปกติแล้วน้ำที่ผ่านการต้มจะไม่มีอันตรายต่อร่างกายสามารถดื่มได้ แต่อุณหภูมิของร่างกายมนุษย์เราไม่สามารถทำให้น้ำที่มีความกระด้างตกตะกอนหรืออุดตันอวัยวะต่างๆ

              หลังจากใช้งานเครื่องชงกาแฟไปได้สักระยะหนึ่งไม่ถึงสองเดือน จะเกิดผลึกของสนิมเกาะไปทั่วหม้อต้มกาแฟและแท่งฮีทเตอร์  เนื่องจากน้ำมีการกรองไม่สมบูรณ์มีโลหะหนักปริมาณมาก  ขณะต้มน้ำจะเกิดการสะสมเกาะปนกับหินปูน ซึ่งส่งผลต่อการทำความร้อนของเครื่องชงกาแฟทำให้เกิดการถ่ายเทความร้อนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ในที่สุดเครื่องชงกาแฟก็จะไม่ทำความร้อน

               วิธีแก้ไขไม่ควรจะแก้ไขด้วยการล้างหม้อต้มอย่างเดียว เพราะจะทำให้เกิดอาการแบบเดิมซ้ำซาก ควรจะแก้ไขที่ระบบกรองน้ำค่ะเปลี่ยนระบบกรองน้ำและเส้นทางเดินน้ำของเครื่องชงกาแฟใหม่ทั้งระบบ

~ร้านกาแฟแบบต่างๆ

เงินลงทุน สำหรับเปิดร้านกาแฟ แบบที่3 "Stand Alone"


                  เงินที่ใช้ในการลงทุนเปิดร้านกาแฟแบบที่ 3 "Stand Alone" ใช้สูงกว่า้ ร้านกาแฟแบบที่ 1 "Cart" และ แบบที่ 2 "Corner/Kiosk" ค่อนข้างมาก  เนื่องจากร้านกาแฟมีพื้นที่มากกว่า 50 ต.ร.ม. (เป็นร้านกาแฟขนาดใหญ่) และต้องใช้เงินลงทุนในส่วนสินทรัพย์ถาวรสูง ทั้งในการก่อสร้าง การออกแบบตกแต่ง การวางระบบต่างๆ และค่าอุปกรณ์มากกว่าร้านกาแฟแบบอื่นๆ

แผนภูมิวงกลมแสดงการเปรียบเทียบต้นทุนเริ่มต้น
ของร้านกาแฟแบบที่1 (Cart), 
แบบที่2 (Corner) และ แบบที่3 (Stand Alone)



                  จากแผนภูมิวงกลมจะพบว่า ร้านกาแฟแบบที่3 (Stand Alone) ต้องใช้ต้นทุนในการลงทุนสูงที่สุด จัดเป็นเงินลงทุนเริ่มแรกประมาณ 800,000 ถึง 1,500,000 บาท (ร้านกาแฟรูปแบบนี้ส่วนใหญ่มักจะมีโครงสร้างต้นทุนคล้ายๆกัน)



                  1. เงินลงทุนส่วนสินทรัพย์ถาวร ประมาณ 90% ได้แก่
  • ค่าก่อสร้าง ออกแบบ และตกแต่งสถานที่
  • ค่าวางระบบต่างๆ (ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ ระบบเก็บเงิน)
  • ค่าอุปกรณ์

                  2. เงินทุนหมุนเวียนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ประมาณ 10% ได้แก่

  • ค่าวัตถุดิบสินค้า
  • ค่าบรรจุภัณฑ์
  • ค่าจ้างพนักงาน
  • ค่าเช่าพื้นที่
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ
  • ค่าใช้จ่ายในการขายบริหาร
                   หากสนใจร้านกาแฟรูปแบบนี้้ ควรที่จะมีความพร้อมทางด้านสินทรัพย์ถาวร หรือคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เ้ข้ามาทันกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งคุณก็สามารถปรับลดสัดส่วนของสินทรัพย์ถาวรหรือเงินทุนหมุนเวียนที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเริ่มต้นลงได้ ดังนั้นสัดส่วนการลงทุนจึงขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ที่จะเปิดร้านเองด้วยนะคะ


~ร้านกาแฟแบบต่างๆ

เงินลงทุน สำหรับเปิดร้านกาแฟ แบบ Cart และ แบบ Corner/Kiosk


เงินลงทุน สำหรับเปิดร้านกาแฟ แบบที่1 "Cart"
                  ร้านกาแฟแบบรถเข็นถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ร้านกาแฟประเภทอื่นๆ เหมาะกับผู้ที่อยากเปิดร้านกาแฟแต่มีงบประมาณจำกัด ถือว่าเป็นร้านกาแฟที่ใช้เงินลงทุนต่ำที่สุด...มีเงินเพียง 80,000 บาท คุณก็สามารถเปิดร้านกาแฟได้แล้ว เพราะไม่ต้องเสียค่าวางระบบไฟฟ้า และค่าวางระบบโทรศัพท์ ทั้งยังใช้พื้นที่ไม่มากประมาณ 2-3 ต.ร.ม. เป็นร้านกาแฟที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก หาทำเลที่ตั้งได้ง่ายเข้าถึงตลาดทุกระดับ ยิ่งหาทำเลได้ดีโอกาสจะได้กำไรที่สูงก็มากขึ้นเท่านั้น จึงนับว่าร้านกาแฟประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเปิดร้านกาแฟแต่มีงบน้อย และยังมีความเสี่ยงต่ำ



 เงินที่ใช้ในการลงทุนเปิดร้านกาแฟแบบที่ 2 "Corner/Kiosk" (ร้านกาแฟขนาดกลาง)
                  ร้านกาแฟประเภทนี้มีพื้นที่มากกว่า 6 ต.ร.ม.ขึ้นไป (เป็นร้านกาแฟขนาดกลาง) ต้นทุนในส่วนของวัตถุดิบจะใช้อัตราเดียวกับร้านกาแฟประเภท Cart ต้นทุนเริ่มต้นที่ใช้ในการลงทุนโดยประมาณในส่วนสินทรัพย์ประมาณ 605,000 บาท ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม โดย 50 % ของเงินลงทุนเป็นค่าออกแบบตกแต่งและค่าระบบไฟฟ้า อีก 50 % ที่เหลือเป็นส่วนของต้นทุนของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์กาแฟภายในร้าน เช่น เครื่องชงกาแฟ เครื่องบดเมล็ดกาแฟ เครื่องปั่น เครื่องเก็บเงิน เป็นต้น 

~ร้านกาแฟแบบต่างๆ

เปิดร้านกาแฟลงทุนเท่าไร?


          สำหรับผู้ที่สนใจอยากเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง คงอยากทราบใช่ไหมคะว่าจะต้องใช้งบประมาณในการลงทุนเท่าไร เรามีวิธีประมาณการค่าใช้จ่ายและต้นทุนเริ่มต้นในการลงทุนเปิดร้านกาแฟ ง่ายๆ มาฝากค่ะ เผื่อว่าจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ


          ก่อนอื่นเราต้องเลือกประเภทของร้านกาแฟที่เหมาะกับคุณก่อนของ โดยจะทำให้คุณทราบว่าร้านของคุูณจัดอยู่ในกลุ่มไหน
          
          หลังจากเลือกประเภทของธุรกิจร้านกาแฟได้แล้ว นำประเภทของร้านกาแฟของคุณมาประมาณต้นทุนที่ใช้ในการลงทุนกันได้เลย 

          
กลุ่มที่สอง -->  Corner/Kiosk (ร้านกาแฟขนาดกลาง)        



~ร้านกาแฟแบบต่างๆ

หาเครื่องชงกาแฟ

 

"General stats"

"เด็กร้านกาแฟ"--เด็กร้านกาแฟ แนะนำวิธีเปิดร้านกาแฟ-- Copyright © 2011 | Tema diseñado por:compartidisimo | เด็กร้านกาแฟ.blogspot.com : Blogger